งานวิจัย
งานวิจัย (Research) เป็นภารกิจสำคัญของคณะพยาบาลศาสตร์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการพยาบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริการสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยส่งเสริมการดำเนินงานวิจัยของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา รวมถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่ระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนสนับสนุนการนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน
เทคนิคน่ารู้ 6 ขั้นตอนหาข้อมูลทำรายงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดหัวข้อหรือวัตถุประสงค์ในการหาข้อมูล Research
ก่อนจะเริ่มหาข้อมูลเราควรกำหนดหัวข้อหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เรากำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ในด้านไหน ถ้าเรามีหัวข้อที่ละเอียดเฉพาะเจาะจงแล้ว การหาข้อมูลก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยนะ
ขั้นตอนที่ 2: สร้างแผนงานการหาข้อมูล
วางแผนการหาข้อมูลและการทำโครงการให้ดี ต้องใช้ข้อมูลประเภทไหนบ้าง ข้อมูลเชิงสถิติ หรือเป็นข้อมูลการสัมภาษณ์ เราควรลิสต์ออกมาก่อนจะเริ่มหาข้อมูลและคอยเช็กกำหนดเวลาต่างๆ รวมถึงผลลัพธ์ในการหาข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่ 3: อย่าลืมทำ Literature Review
หลังจากกำหนดหัวข้อและกำหนดระยะเวลาการทำงานแล้ว เราต้องเริ่มหาแหล่งอ้างอิงในด้านต่างๆ ที่สอดคล้องถึงการทำรายงานของเรา ถ้ายิ่งมีข้อมูลอ้างอิงด้วย Literature Review แล้วนั้นหมายความว่ารายงานของเรามีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและหัวข้อที่กำลังทำอยู่นั้นมีข้อมูลจากด้านต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ สนับสนุนข้อมูลรายงานอยู่ด้วย
ขั้นตอนที่ 4: เริ่มเสิรช์ในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
ถึงเวลาเริ่มหาข้อมูลแล้วนะ การหาข้อมูลเพื่อทำรายงานหรือทำวิจัยนั้นสามารถหาได้จากหลากหลายแหล่งเอามากๆ เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นจากห้องสมุด Google หรือ Google Scholars หากจะเป็นการหาข้อมูลอ้างอิงจากวิดีโอหรือสารคดี YouTube ก็สามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลได้ แต่คอยเช็กด้วยนะว่าข้อมูลมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้จริงๆ
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจเช็กแหล่งข้อมูลให้ดี
เมื่อได้ข้อมูลจำนวนหนึ่งแล้วเราต้องเริ่มสรุปผลการหาข้อมูล ด้วยการนำข้อมูลจากหลายๆ แหล่งที่ศึกษามา มาพิมพ์สรุป ก่อนจะเริ่มการพิมพ์รายงาน ข้อมูลส่วนไหนที่ควรใช้อ้างอิงในรายงาน ข้อมูลส่วนไหนที่มีประโยชน์ต่อการนำเสนอ ผู้ทำรายงานหรืองานวิจัยของสรุปและกำหนดให้ชัดเจน จะได้นำข้อมูลที่หามาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด
ขั้นตอนที่ 6: สรุปผลการหาข้อมูลและเริ่มทำรายงาน
การหาแหล่งข้อมูลเยอะๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าเราต้องคอยระวังข้อมูลที่น่าสงสัย ไม่น่าเชื่อถือหรือเก่าเกินไป ดังนั้นแล้วควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เช่น ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เว็บไซต์มีการอัปเดตข่าวสารตลอดเวลาหรือไม่ ข้อมูลที่ใช้ในเนื้อหามีการอ้างอิงหรือไม่ มีการระบุวันที่ ชื่อผู้เขียนชัดเจนหรือไม่และข้อมูลที่ได้มามีเนื้อหาที่สอดคล้องกับงานวิจัยหรือไม่?


